Follow me : aimmerose.channel

@aimmerose.channel

วันพุธที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562

รีวิวสกินแคร์ที่ใช้บ่อยและซื้อซ้ำมากที่สุดในปี 2019

ธันวาคม 25, 2562 0 Comments
สวัสดีค่ะทุกคนวันนี้เอมจะมารีวิวครีมซองที่เอมซื้อมาใช้ซ้ำมากที่สุดให้ได้ชมกันค่ะ เพราะอะไรทำไมเอมถึงซื้อมาใช้ซ้ำบ่อยขนาดนี้ รีวิวนี้เอมจะเล่าทั้งหมดเลยค่ะ
มาเริ่มกันที่สกินแคร์กันก่อนนะคะ นั่นคือ Nami I'm Fresh Jeju Vitamin C Brightening Gel เป็นครีมซองที่เอมซื้อใช้บ่อยมาเพราะด้วยความที่ให้ปริมาณที่ค่อนข้างเยอะและมาในรูปแบบซองที่เอนกประสงค์ใช้ได้หลายส่วนของร่างกายจึงทำให้เอมซื้อใช้ซำบ่อยมากค่ะ
ซองจะมีรูปส้มเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้สังเกตได้ง่ายมากๆและขนาดซองก็ค่อนข้างใหญ่ใช้ได้หลายครั้งเลยค่ะ
ครีมซองตัวนี้สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกายถึง 9 ประการเลย ไม่วาจะหน้า แขน ขา ข้อศอก หลังมือ ได้ทุกส่วนเลยค่ะ ประมาณว่าถ้าเราต้องการให้ผิวตรงไหนกระจ่างใสขึ้นก็เน้นทาไปที่บริเวณนั้นเลยค่ะ
ครีมซองตัวนี้จะช่วยลดรอยดำให้จางลงแล้วก็ทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำ แต่งหน้าติดทนมากขึ้นด้วย แล้วก็ยังช่วยกระชับผิวและลดเลือนริ้วรอยอีกด้วยนะคะ
ที่ครีมซองตัวนี้สามารถทำให้ผิวกระจ่างใสและลดเลือนริ้วรอยได้เพราะมีวิตามินซี 10,000 mcg และยังมีกลูต้ากับ Vitamin B3 เป็นส่วนผสมอีกด้วย
สำหรับคนที่ผิวบอบบาง แพ้ง่ายก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะครีมซองตัวนี้เค้าปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และซิลิโคน เหมาะกับทุกสภาพผิวเลยค่ะ
เนื้อเจลเป็นแบบสีส้มใสๆค่ะ มีกลิ่นหอมส้มแล้วก็เกลี่ยง่ายมากเลยนะคะ ให้ความชุ่มชื้นผิวได้ดีแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะอ่ะ งงมากว่าทำได้ไง ดีงามมากค่ะ
เอมชอบใช้ทาผิวก่อนการแต่งหน้าค่ะ ทั้งใบหน้าและลำคอเลยนะ หรือว่าตรงส่วนไหนที่เอมต้องการให้มันกระจ่างใสขึ้นก็จะเน้นทาแบบเยอะๆลงไปเลยค่ะ ส่วนตัวใช้บ่อยมากเพระาเป็นคนที่สีผิวไม่ค่อยสม่ำเสมอกันค่ะ
หลังจากทาครีมเสร็จแล้ว ต่อมาเอมก็จะ BB เพื่อปรับให้ผิวเรียบเนียนต่อเลยค่ะ
BB ที่เอมใช้บ่อยมากๆ หมดแล้วซื้อซ้ำตลอดก็คือ Nami Make Up Pro BB Wet to Powder เพราะในครั้งแรกเอมสะดุดตากับคำว่า Wet to Powder นี่ล่ะค่ะ ก็เลยซื้อมาลองใช้ จากนั้นมาก็เลยซื้อใช้มาตลอดเลยค่ะ
เนื้อ BB เป็นโทนเหลืองค่ะ แน่นอนว่าเข้ากับผิวคนเอเชียอย่างเรามากๆ หน้าไม่วอก ไม่เทา ไม่ลอยแน่นอนจ้า ตอนบีบจากซองแรกๆเค้าจะเป็นน้ำนะคะ แต่พอเกลี่ยไปสักพักเค้าจะเปลี่ยนเป็นแป้งค่ะ
ดูสิคะ ขนาดเอมลองทาที่หลังมือที่ค่อนข้างเข้มกว่าผิวหน้าของเอม ผิวยังดูกลืนกันเลยค่ะ นี่ล่ะเอมถึงชอบใช้ BB ตัวนี้มากๆ
ทุกครั้งที่ทา BB เอมจะบีบบนหลังมือก่อนค่ะ จากนั้นก็จะใช้นิ้วหรือพัฟแตะแล้วก็มาทาให้ทั่วผิวหน้า BB ตัวนี้จะช่วยปรับผิวที่ไม่ค่อยเรียบเนียนและสีที่ไม่ค่อยเท่ากันของเอมให้มันดูเท่า เนียนและผิวสวยยิ่งขึ้นค่ะ
ซึ่งในปีที่ผ่านมาเอมใช้ครีมซอง 2 ตัวนี้บ่อยมากก็เลยคิดว่าถ้าเราใช้บ่อยขนาดนี้ก็ควรจะบอกต่อคนอื่นแล้วนะ เอมก็เลยมาทำรีวิวเพื่อบอกต่อทุกคนค่ะ ไม่รู้ว่ามีคนที่ชอบใช้ครีมซองทั้งสองตัวนี้เหมือนกันกับเอมมั้ยนะ แต่เอมก็คิดว่าจะต้องมีหลายคนที่ชอบเหมือนเอมแน่ๆ เพราะยิ่งใช้ผิวก็ยิ่งดี หน้าก็ยิ่งเนียนค่ะ

หวังว่าจะชอบทุกคนจะชอบเรื่องราวในวันนี้ของเอมนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชม
***สวัสดีค่ะ***

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เผยผิวขาวกระจ่างใสด้วยครีมอาบน้ำและโลชั่นวิตามินซี Boots

ธันวาคม 24, 2562 0 Comments
สวัสดีค่ะทุกคน ขึ้นชื่อว่า "ผู้หญิง" ใครๆก็อยากมีผิวขาวกระจ่างใสด้วยกันทั้งนั้นนะคะ เพราะความขาวกระจ่างใสมันทำให้เราดูเด็กลงด้วยไง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เอมสรรหาบรรดาไอเท็มเพื่อความขาวกระจ่างใสต่างๆ แต่วันนี้เอมจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เราเริ่มขาวกันตั้งแต่ขั้นตอนของการอาบน้ำเลยค่ะ

Boots Vitamin C brightening bath & body routine

เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ดูและผิวให้กระจ่างใสค่ะโดย“บู๊ทส์ ประเทศไทย” เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำ ซึ่งได้เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายใหม่ ภายใต้แบรนด์ “บู๊ทส์ วิตามินซี”
บู๊ทส์ วิตามิน ซี ไบร์ทเทนนิ่ง บอดี้ ผสาน 2X วิตามินซี และสารสกัดจากส้มยูซุ
เพื่อผิวแลดูกระจ่างใสภายใน 7วัน 1 กล่องจะมี 2 ผลิตภัณฑ์ก็คือ

shower serum : ใช้สำหรับอาบน้ำ เช้า-เย็น
body serum : เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวกายทุกวัน หลังอาบน้ำ


โดยตัวแรกที่เอมจะแนะนำก็คือ Boots Vitamin C brightening shower serum
หรือครีมอาบน้ำวิตามินซี Boost
ตัวนี้เค้าเป็นครีมอาบน้ำค่ะ ที่นอกจากจะช่วยล้างทำความสะอาดผิวแล้ว ยังคืนความชุ่มชื่นให้กับผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน ที่สำคัญก็คือเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผิวกายขาวขึ้นอีกด้วยนะคะ

เนื้อครีมอาบน้ำมีสีส้มใส กลิ่นหอมส้มแบบชัดเจนมากๆ

เมื่อใช้อาบที่ผิวก็ให้ความผ่อนคลายจากกลิ่นหอมของส้ม ไม่ทำให้ผิวแห้งและช่วยให้ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งกร้านด้วยค่ะ ปริมาณฟองกำลังพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ล้างออกง่าย กลิ่นหอมส้มติดผิวดีค่ะ หลังอาบผิวก็นุ่มชุ่มชื่นดีด้วย

ตัวต่อมาก็คือ Boots Vitamin C brightening body serum หรือ โลชั่นวิตามินซี Boost
เนื้อครีมสีขาวขุ่น กลิ่นหอมส้ม เกลี่ยง่ายดี ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าผิวได้เร็วดี ระหว่างวันก็ไม่รู้สึกเหนียวที่ผิวด้วยค่ะ 


เอมใช้ครีมตัวนี้ทาผิวทุกวันหลังอาบน้ำเสร็จ นอกจากจะให้ความชุ่มชื้นกับผิวแล้ว ยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสด้วย เพราะเค้ามี Vittamin C ผสมอยู่นั่นเองค่ะ


หลังจากที่เอมได้ทดลองใช้ครีมอาบน้ำและครีมทาผิวของ Boots มาตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ภาพนี้คือผลลัพธ์ที่เอมได้ค่ะ เอมเลือกใช้วิธีทดสอบโดยการใช้และทากับแขนทุกวันเช้า-เย็นเพียงข้างเดียวเท่านั้น เพราะต้องการให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ช่วยทำให้ผิวกายของเอมขาวกระจ่างใสขึ้นได้จริงๆ ผิวข้างที่ใช้ดูอิ่มน้ำ กระจ่างใสไม่แห้งกร้าน แต่อีกข้างที่ไม่ได้ใช้สังเกตเห็นได้ชัดว่าจะหมองคล้ำและมีความหยาบกร้านมากกว่าค่ะ 
ส่วนตัวรู้สึกชอบและประทับใจกับผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวนี้มากๆ เพราะด้วยความที่เราอยากมีผิวกายที่ขาวอยู่แล้ว และผลลัพธ์หลัจากที่ได้ทดลองใช้ก็ทำให้เอมเห็นได้ชัดเจนว่าผิวกายมันดูขาวกระจ่างใสขึ้นจริงๆ ดีใจที่มีผลิตภัณฑ์ถูกและดีที่บู๊ทส์ช่วยสนับสนุนความอยากขาวของเอมค่ะ

สำหรับใครที่สนใจ  Boots Vitamin C brightening bath & body routine มูลค่า 229 บาท ประกอบด้วย


Boots Vitamin C brightening body serum 180 ml
Boots Vitamin C brightening shower serum 495 ml



ช่องทางติดตามข้อมูลข่าวสาร
website : http://www.th.boots.com/
Line : @bootsthailand

สถานที่จัดจำหน่าย
ร้าน Boots ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Lazada ก็มีจำหน่ายนะคะ










วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เผยผิวให้ให้อ่อนนุ่ม กับ ครีมทาส้นเท้าฮีลสปา ฟุต แคร์ ครีม

ธันวาคม 21, 2562 0 Comments
ในช่วงอากาศหนาวๆ หลายๆคนก็คงจะมีผิวที่แห้งแตกลอกเป็นขุยกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ศอก เข่า มือ รวมไปถึงเท้าของเราด้วย ยิ่งหนาวเย็นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มอาการแตกมากขึ้นเท่านั้น เอมก็มีปัญหานี้ไม่ต่างจากทุกคนค่ะ เพียงแต่อาการของเอมจะเป็นมากจนถึงขั้นเลือดออกก็เคยมาแล้วค่ะ เอมจึงชอบที่จะซื้อหาครีมที่ช่วยบำรุงให้เท้าของเอมไม่แห้งแตกมาใช้เสมอๆ จนวันนี้เอมไปเจอครีมทาเท้าในรูปแบบซองมาค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าคุณภาพในการบำรุงจัดเต็มมากๆ ทดลองใช้จนเห็นผลดีกับตัวเองแล้วก็ขอหยิบมารีวิวเผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ
ครีมทาส้นเท้าฮีลสปา สูตรเข้มข้น เนื้อครีมซึมซาบเร็ว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังที่แห้งกร้านและแตก ช่วยลดรอยด้านของผิวหนัง คืนความชุ่มชื้น เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสีย และเผยผิวใหม่ให้กลับมาอ่อนนุ่ม เรียบเนียน
ส่วนผสมที่สำคัญหลักที่ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นก็จะมีดังนี้ค่ะ
  1. Urea เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว และช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดออก
  2.  Panthenol วิตามิน B5 ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว
  3. Tocopheryl Acetate วิตามิน E ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ
  4. Allantoin ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว และทำให้ผิวเรียบเนียน
  5. Glutamic acid เป็น moisturizer จากธรรมชาติไม่ทำให้ผิวแห้ง และสามารถทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี

เนื้อครีมจะเป็นสีกึ่งใสค่ะ กลิ่นหอมคล้ายแป้งเด็กเลยค่ะ เป็นกลิ่นหอมที่รู้สึกผ่อนคลายดีมากๆจ้า เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้นเมื่อบีบออกมาจากซองก็อยู่กับที่ไม่มีการไหลไปที่อื่นๆเลยค่ะ เนื้อครีมที่มีลักษณะแบบนี้จะค่อนข้างมีความชุ่มชื้นที่สูงมากๆค่ะ แต่เมื่อเกลี่ยไปสักพักเนื้อครีมก็ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ให้ความชุ่ม
ชื้นกับผิวทันทีที่ทา ที่สำคัญไม่เหนียวเหนอะหนะด้วยนะคะ
ขออภัยที่ภาพต่อจากนี้อาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่นะคะ แต่เพื่อให้ทุกคนได้เห็นผลลัพธ์จากการใช้งานจริงของเอมขออนุญาติทุกคนด้วยนะคะ ก่อนที่เอมจะไปทาครีม เอมขอให้ทุกคนได้เห็นสภาพผิวเท้าที่แท้จริงของเอมกันก่อนค่ะ ผิวเท้าของเอมมีลักษณะที่ค่อนข้างแห้ง (มาก) แตก ลอกเป็นจุดๆ บางจุดแห้งมากถึงขั้นเลือดออกก็มีค่ะ ซึ่งเป็นแบบนี้ทั้งสองข้างเลยนะคะ เวลาเดินในช่วงอากาศเย็นๆก็จะรู้สึกเจ็บเท้ามากๆ บางทีก็เจ็บมากถึงขั้นไม่อยากจะเดินกันเลยทีเดียวเชียว แม้ว่าเอมหมั่นทาครีมที่เท้าบ่อยมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในระหว่างวันเอมก็ยังต้องเติมครีมบ่อยๆ คล้ายกับว่าครีมเดิมที่เอมทาอยู่มีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอสำหรับสภาพเท้าที่ค่อนข้างแห้งมากๆของเอมค่ะ
ปัจจุบันเอมจึงเปลี่ยนมาใช้ครีมทาส้นเท้าฮีลสปาทาบริเวณเท้าของเอมโดยเน้นในบริเวณที่แห้งจนแตกลอกแล้วก็บริเวณอื่นๆด้วยค่ะ จุดที่แห้งลอกจนแตกของเอมก็จะมีบริเวณข้างๆนิ้วโป้งเท้าทั้งสองข้างและก็บริเวณส้นเท้าค่ะ แต่จุดที่แห้งแตกลอกจนเลือดออดจะเป็นบริเวณข้างนิ้วโป้งเท้า ดังนั้นจุดนี้เอมก็เลยจะเน้นทาครีมค่อนข้างเยอะหน่อยค่ะ นอกจากที่จะใช้สำหรับทาบริเวณส้นเท้าแตกแล้วนะคะ ปัญหาผิวในบริเวณอื่นๆเช่น ท้องลาย หัวเข่า ตาตุ่ม และรอยด้านบริเวณข้อศอก หรือบริเวณรอยด้านอื่นๆก็สามารถใช้ครีมตัวนี้ได้ค่ะ ใครมีปัญหาผิวแห้งแตกลอกในบริเวณไหนก็ตาม ครีมตัวนี้จัดการได้หมดเลยค่ะ
และนี่คือรูปก่อนทาและหลังจากที่เอมใช้ครีมทาเท้าทันทีนะคะ มันเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะว่าผิวบริเวณนี้ดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นจริงๆ เรียกได้ว่าเป็นความชุ่มชื้นทันทีหลังจากทาครีมเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเอมก็รู้สึกพึงพอใจในผลลัพธ์นี้มาก เพราะนอกจากเค้าจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นทันทีแล้ว เค้ายังคงสภาพความชุ่มชื้นในบริเวณนี้ได้ทั้งวันอีกด้วยค่ะ
ส่วนรูปนี้เป็นรูปเปรียบเทียบสภาพเท้าก่อนทาครีมและหลังจากที่ทาครีมมาแล้ว 1 สัปดาห์ค่ะ ซึ่งเอมทาครีมร่วมกับการขัดเท้าเพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วยนะคะ ผิวบริเวณนี้ก่อนหน้าเคยแห้งแตกลอกมากๆ ก็กลับเป็นนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น แม้ในระหว่างวันผิวเท้าก็ยังชุ่มชื้น ทำให้เอมไม่ต้องทาครีมบ่อยๆ ผิวดูดีขึ้นมากๆ เหมือนกับเอมได้เท้าใหม่เลยค่ะ
ความรู้สึกในตอนนี้ของเอมก็คือชอบเท้าแบบนี้มากๆ ไม่แห้ง ไม่แตก ไม่ลอก ไม่ว่าจะเดินไปยังไงผิวเท้าก็ยังชุ่มชื้น ใส่ถุงเท้าก็ไม่ติดผิวที่ลอกแล้ว เวลาเดินเหยียบพรมเช็ดเท้าขุยของพรมก็ไม่ติดเท้าแล้วค่ะ เอมรู้สึกดีใจมากๆที่เท้าของเอมกลับมานุ่ม สวย และเรียบเนียนอีกครั้ง เอมไม่ได้สัมผัสความรู้สึกนี้มานานมากแล้วค่ะ เมื่อก่อนเวลาเข้าหน้าหนาวหรือเจออากาศหนาวๆทีไรก็จะมีอาการเจ็บเท้าตลอดเนื่องจากมันแห้งแตกลอกค่ะ แต่ตอนนี้ก็คือฟินมาก ต่อให้หนาวกว่านี้ก็ไม่กลัว เพราะเท้าของเอมจะไม่แห้ง แตก ลอกอีกต่อไปแล้วค่ะ

ครีมทาส้นเท้าฮีลสปา ฟุต แคร์ ครีมราคาซองละ 39 บาท
มีจำหน่ายที่ ร้าน 7-11 , CJ Express และร้านค้าเครื่องสำอางค์ทั่วไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/Boktohshop/

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ผิวหน้ากลับมาเด้ง ดูกระชับขึ้นด้วย Hyra skin

ธันวาคม 16, 2562 0 Comments
สวัสดีค่ะทุกคน ช่วงนี้เอมมีปัญหาผิวหน้าค่อนข้างเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยตีนกาที่ยิ่งนับวันก็จะยิ่งเห็นเด่นชัดขึ้นมาก ไหนจะปัญหารอยดำและรอยแผลเป็นจากสิวอีก และตอนนี้ที่เป็นปัญหาใหญ่มากๆของเอมเลยก็คืออาการหน้าแห้งและลอกค่ะ มันเป็นปัญหาที่เอมเพิ่งเคยพบแล้วก็หาวิธีแก้ไขอยู่นานจนได้ตัดสินใจมาลองใช้หัวเชื้อไฮยาลูรอนตัวนี้และวันนี้เอมได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจแล้วก็เลยจะมาเล่าพร้อมรีวิวให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ



เอมได้ทำคลิปรีวิวและแนะนำวิธีการใช้มาให้ทุกคนได้ชมกันด้วยนะคะ สะดวกรับชมช่องทางไหนคลิกได้เลยค่ะ
HYRA สกินแคร์ที่ให้คุณมากกว่า ไฮยาลูรอน
HyRa เป็นเซรั่มไฮยาลูรอนเข้มข้นถึง 5 ชนิดที่มียอดขายอันดับ1 ในญี่ปุ่น ผสมผสานความโดดเด่นแบบไทย ด้วยสารสกัดจาก Stem cell ข้าวหอมมะลิสูตรอ่อนโยนลดเลือนริ้วรอยมีความเป็น YouthSerum ที่ช่วยทำให้
  • ผิวแข็งแรง กระชับ เนียนนุ่ม ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ลดการอับเสบ สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว
  • ปรับผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้นฉ่ำน้ำ อิ่มฟู
  • ลดการทำงานของเม็ดสี ลดเลือนฝ้ากระจุดด่างดำ
  • อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว
  • ใช้โดยตรงกับผิว หรือใช้ผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้แทบทุกชนิดอัพเกรดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
✔ผ่านการรับรองจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
✔ผ่านการรับรองจากสถาบัน Derm Scan
เนื้อของเซรั่มไฮยาจะมีลักษณะใสคล้ายน้ำแต่จะมีความหนึบนิดๆค่ะ ไม่มีกลิ่น 
เมื่อเกลี่ยลงบนผิวก็สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ทันที ไม่ทิ้งความเหนอะหนะใดๆ ที่สำคัญคือหลังจากทาผิวดูฉ่ำน้ำ มีความชุ่มชื้นขึ้นทันทีเลยค่ะ
วิธีการใช้
ใช้เป็นประจำทุกวัน เช้า-ก่อนนอน หลังอาบน้ำทาเพียว เพียง 1-2 หยด เกลี่ยง่าย ซึมลงผิวทันที
หรือ ใช้เป็นส่วนผสมในการอัพเกรดผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น (เอมมักจะใส่ผสมกับรองพื้นเพื่อช่วยให้ชุ่มชื้นและเกลี่ยง่ายขึ้นด้วยค่ะ)
หลังจากที่เอมใช้หัวเชื้อ Hyra มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ผิวของเอมจากที่เคยมีอาการแห้งลอกจนไม่สามารถแต่งหน้าได้ทนเหมือนเดิม ไหนจะรอยดำและแผลเป็นจากสิว รวมไปถึงรอยตีนกาที่เห็นเด่นชัดเพราะผิวของเอมมีความชุ่มชื้นที่ไม่เพียง ปัญหาต่างๆเหล่านี้ก็เริ่มจางและลดลงตามลำดับค่ะ ส่วนตัวเอมค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก เซรั่มหน้าเด็กตัวนี้ช่วยให้ผิวของเอมดูชุ่มชื้นขึ้น ริ้วรอยต่างๆดูจางลง แค่นี้ก็รู้สึกดีใจมากๆแล้วค่ะ
สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่มีปัญหาผิวแห้งลอก ริ้วรอยตีนกาหรือรอยดำและแผลเป็นจากสิว เอมขอแนะนำให้ทุกคนมาลองใช้หัวเชื้อไฮราดูนะคะ เอมมั่นใจว่าปัญหาผิวที่คุณกำลังเผชิญอยู่จะต้องดีขึ้นเหมือนเอมแน่นอนค่ะ หัวเชื้อไฮรา ขนาด 12 ml ราคา 249 บาท

ช่องทางติดตามข่าวสาร และจัดจำหน่าย
Web : http://www.hyraskin.com/
FB :  https://www.facebook.com/Hyraskinofficial/
IG : hyraskin_official
Line@ : @HYRASKIN
Weloveshopping , lazada , House of herb , Shopee







วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

รีวิว เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ที่ La GRÂCE Clinic

ธันวาคม 13, 2562 0 Comments
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เอมจะพาทุกคนไปดูการทำเลเซอร์กำจัดขนรักแร้กันค่ะ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเอมมีปัญหาบริเวณรักแร้ของเอมค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ที่ยาวและนับวันเส้นก็จะมีความใหญ่ขึ้น อีกทั้งกลิ่นใต้วงแขนแล้วก็ยังมีความหมองคล้ำจากอาการแพ้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายอีก เอมได้ศึกษาหาข้อมูลอยู่นานจนได้มาพบกับที่นี่และวันนี้เป็นเวลาอันดีที่เอมจะกำจัดขนรักแร้ให้สิ้นซากแล้วค่ะ
La GRÂCE Clinicเป็นคลินิกที่เอมหาข้อมูลและดูรีวิวเลเซอร์ขนรักแร้ต่างๆมาเยอะที่สุด สิ่งที่ทำให้เอมตัดสินใจเลือกที่จะมากำจัดขนรักแร้ที่นี่ก็เพราะเค้ามีเครื่องยิงเลเซอร์กำจัดขนที่ทันสมัยมากๆ ซึ่งคนที่เพิ่งจะเคยกำจัดขนครั้งแรกในชีวิตจึงให้ความสำคัญกับเครื่องมือที่เค้าใช้เป็นพิเศษ เอมจึงตัดสินใจเลือกกำจัดขนรักแร้ที่ลากราซนี่ล่ะค่ะ

เอมได้ทำ VLOG ให้ทุกคนได้ชมกันด้วยนะคะ เผื่อมีคนสนใจจะได้เห็นขั้นตอนในการทำเลเซอร์ที่ชัดเจนมากขึ้นค่ะ หากสะดวกก็สามารถคลิกรับชมได้เลยนะคะ
เอมเลือกมาใช้บริการที่สาขาเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะค่ะ เพราะว่าใกล้บ้านที่สุด อีกอย่างการเดินทางไปมาก็สะดวกมาก เอมขับรถส่วนตัวไปจอดที่ลานจอดรถชั้น 3 ฝั่งเดียวกับแมคโดนัลล์เดินเข้ามาจากลานจอดก็จะเจอกับลากราซคลินิกเลยค่ะ ที่ได้คุยในเบื้องต้นพี่ๆเจ้าหน้าที่แจ้งว่าสาขานี้เป็นสาขาที่มีพื้นที่เล็กที่สุดแต่จริงๆแล้วลากราซคลินิกมีสาขามากมายถึง 11 สาขาเลยนะคะ ก็จะมีที่
  1. สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ (CENTRAL WORLD)
  2. สาขา เดอะ พรอมานาด (The Promenade)
  3. สาขา เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ (Central Chaengwattana)
  4. สาขา เซ็นทรัลลาดพร้าว (Central Ladplao)
  5. สาขา เซ็นทรัลพระราม 9 (Central Rama 9)
  6. สาขา เซ็นทรัลพระราม 2 (Central Rama2)
  7. สาขา เซ็นทรัลปิ่นเกล้า (Central Pinklao)
  8. สาขา เซ็นทรัลบางนา (Central Bangna)
  9. สาขา เซ็นทรัลชิดลม (Central Chidlom)
  10. สาขา สีลมคอมเพล็กซ์ (Silom Complex)
  11. สาขา ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต (Future Park Rangsit)
ใครสะดวกที่ไหนก็ไปใช้บริการที่สาขาใกล้บ้านคุณได้เลยค่ะ
มีใบประกาศการันตีมาตรฐานต่างๆมากมาย เอมจึงยิ่งมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ จริงๆเวลาเอมไปทำสวยครั้งแรกๆสิ่งที่เอมจะดูและสังเกตเสมอเลยก็คือใบประกาศนี่ล่ะค่ะแล้วก็จะเข้าไปอ่านว่าคลินิกนั้นๆได้รับรางวัลหรือมาตรฐานอะไรมาบ้าง มันทำให้คนที่เพิ่งทำอะไรเป็นครั้งแรกอย่างเอมก็รู้สึกสบายใจหมดความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ
เมื่อเปลี่ยนเสื้อเสร็จเรียบร้อยพี่ๆเจ้าหน้าที่ก็จะพาเข้ามาที่ห้องที่จะใช้ทำการรักษาซึ่งในเบื้องต้นก่อนที่จะทำการรักษาในทุกๆเคส คุณหมอจะเดินเข้ามาประเมินสภาพผิวของเราในเบื้องต้นก่อนค่ะ จากนั้นพี่ๆเจ้าหน้าที่ก็จะดูและผิวให้เราตามที่คุณหมอแนะนำก่อนทำการยิงเลเซอร์จ้า ผลจากที่คุณหมอมาตรวจได้แจ้งกับเอมว่าเอมเป็นคนที่มีขนใต้วงแขนค่อนข้างน้อย เรียกได้ว่าน้อยมากๆ ทำอีกไม่กี่ครั้งขนก็จะถูกกำจัดได้หมดแล้วก็จะไม่มีปัญหาเดิมมากวนใจของเอมอีกค่ะ ได้ฟังดังนี้ใจก็ชื้นขึ้นเยอะเลย ^^
และนี่ก็คือเครื่อง YAG LASER ค่ะ เป็นเครื่องที่คุณหมอจะใช้ทำการยิงเลเซอร์เพื่อกำจัดขนรักแร้ให้กับเอมค่ะ โดยก่อนที่จะทำการยิงเลเซอร์คุณหมอจะเข้ามาวัดค่าพลังงานที่เหมาะสมกับผิวของเราก่อนทำการยิงเลเซอร์ขนรักแร้ เอมจึงมั่นใจว่าหลังจากยิงเลเซอร์เสร็จจะไม่มีอาการข้างเคียงใดๆตามมาแน่นอนค่ะ ซึ่งเจ้าครื่อง YAG LASER นี้ทรงประสิทธิภาพมาก ในการยิงเลเซอร์ 1 ครั้งของเค้าจะช่วยกำจัดขนได้ถึงรากลึก ช่วยกระชับผิวที่เป็นหนังไก่ของเอมให้ดูเต่งตึงขึ้น แล้วก็ยังเป็นเลเซอร์รักแร้ขาวที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้ผิวของเอมกลับมาตึง เนียนนุ่มและกระจ่างใสค่ะ ถือว่าเป็นเครื่องที่ไฮเทคมากๆเลยนะคะ
พบคุณหมอเรียบร้อยแล้ว เห็นตัวเครื่องยิงเลเซอร์เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็จะเข้าสู่กระบวนการในการทำความสะอาดผิวบริเวณรักแร้ค่ะ จริงๆแล้วเอมไม่ทราบว่าการที่มายิงเลเซอร์เราสามารถโกนขนรักแร้ได้ แต่แค่ห้ามถอนและห้ามแว็กซ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เอมก็เลยปล่อยขนรักแร้ของเอมยาวสยายเลยค่ะ ดังนั้นก็เลยจะต้องทำการโกนออกก่อนนะคะเพื่อที่จะได้ทำการยิงเลเซอร์ได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ปิดตาเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์มาทำร้ายดวงตา จากนั้นก็เริ่มโกนขน เช็ดทำความสะอาด จากนั้นก็เป่าให้แห้งแค่นี้ก็พร้อมในการยิงเลเซอร์กำจัดขนแล้วค่ะ
อย่างที่เอมได้เกริ่นไปในตอนต้นว่าที่ลากราซคลินิกนี้ทุกเคสที่มาใช้บริการคุณหมอจะเป็นผู้ยิงเลเซอร์ให้ทุกเคส จะไม่ใช่พี่ๆเจ้าหน้าที่ทำให้นะคะ ซึ่งตรงจุดนี้ล่ะที่เอมมั่นใจและไว้ใจมากๆถึงได้ตัดสินใจมาทำการกำจัดขนที่นี้ เอมใช้เวลาประมาณเกือบๆ 5 นาทีได้ค่ะในการยิงเลเซอร์ ความรู้สึกในตอนยิงเลเซอร์คล้ายกับการถอนขนรักแร้ที่เอมทำบ่อยๆนั่นล่ะค่ะ แต่ความเจ็บมันเบาบางกว่ามาก บางจุดที่หมอยิงเลเซอร์ไปแทบจะไม่มีความรู้สึกเลยค่ะ ดีงามมาก ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิดไว้สักนิด หลังจากนั้นพี่เจ้าหน้าที่จะมาทายาให้แค่นี้ก็เปลี่ยนชุดกลับบ้านได้แล้ว 
และนี่คือภาพเปรียบเทียบทั้งก่อนและหลังการยิงเลเซอร์กำจัดขนค่ะ แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของเอมแต่เอมก็รู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้มากๆ โดยเฉพาะผิวหลังทำมันดูกระจ่างใสขึ้น จริงๆในเคสของเอมอาจจะต้องมาทำหลายรอบหน่อยค่ะเพราะมีความคล้ำเสียจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นค่อนข้างเยอะอยู่ ซึ่งถ้าหมั่นมาทำก็จะช่วยให้ผิวใต้วงแขนของเอมค่อยๆฟื้นตัวและกลับมากระจ่างใสได้อีกครั้งค่ะ
ทำเสร็จเรียบร้อยก็ขอเก็บภาพสวยๆเป็นที่ระลึกหน่อยนะคะ ส่วนตัวเอมมองว่าการเลเซอร์กำจัดขนเป็นอะไรที่สมควรทำมากๆ เพราะด้วยความที่เราเป็นผู้หญิง หากมีใครมาได้กลิ่นใต้วงแขนที่ไม่พึงประสงค์ด้วยแล้ว เอมว่ามันคงจะไม่ค่อยดีและไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักและยิ่งถ้าเราไปพบปะผู้ใหญ่หรือต้องไปพบลูกค้าด้วยแล้ว กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้ก็คงจะสร้างความอับอายให้เราไม่น้อย ดังนั้นเอมจึงเลือกแก้ไขปัญหาเหล่านี้ออกไปก่อนดีกว่าเพราะเอมมองว่าผู้หญิงอย่างเราไม่จำเป็นที่จะต้องมีขนรักแร้เลยค่ะ ยิ่งมีขนมาก กลิ่นก็จะยิ่งมาก แล้วถ้าเกิดแพ้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นแบบเอมด้วยแล้ว มันจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ วิธีในการแก้ไขก็จะยากด้วยนะคะ ดังนั้นถ้าหากกำจัดขนรักแร้ออกไปได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เอมว่ามันเป็นการดีทั้งต่อตัวเราและบุคคลรอบข้างด้วยค่ะ จริงๆแล้วเอมจะต้องไปทำครั้งที่ 2 ประมาณเดือนมกราคมปีหน้าค่ะ ถ้าอย่างไรเดี๋ยวเอมจะมาอัพเดทให้ทุกคนได้ชมกันอีกนะคะ ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

ช่องทางติดตามข่าวสาร
Website : https://lagraceclinic.com/
FB : https://www.facebook.com/lagracebeautyclub/












New Post

รีวิว Mirae Ex 8 Minutes Instant Moisturizing Mask มาส์กเพิ่มความชุ่มชื้นใน 8 นาที

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เอมมีมาส์กตัวใหม่ล่าสุดจากไต้หวันมารีวิวให้ทุกคนได้ชมกันค่ะ เป็นมาส์กที่สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้อย่าง...